ฤดูร้อนตอนสาย

posted on 06 Jun 2011 13:37 by kaya-konba

 

แสงแดดยังคงเป็นแสงแดด
เธอยังคงเป็นเธอ
ฉันยังคงเป็นตัวเอง
เส้นทางแสนยาวไกล
พัดเราไปให้หลุ่มหลงเช่นงมงาย
หากเธอและฉันมองกลับไป
จะเห็นเธอและฉันอีกคน
กำลังเดินตามเรามา
เพราะมันคือไออากาศในสวนสาธารณะของชีวิต
ที่บังเอิญ
อุณหภูมิของเราพอๆกัน
 
 
ฉันคือหนึ่งใบหน้าบนโลกใบนี้
ฉันคือหนึ่งคนที่มอบความคิดเห็นแก่โลกใบนี้
มันคือความชอบทำ
มันคือนำที่ไหลจากตัวฉัน
ไม่มีเหตุผล
ไม่มีคำอธิบาย
ไม่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งใด
มันเสื่อมสลาย
มันมีอยู่จริง
 
 
เมื่อเราไม่รู้อะไร
ก็จงเดินไปอย่างไม่รู้อะไร
แล้วหนทางมันจะบอกกับเราเองว่า
เราต้องการอะไร
 
ชีวิตไม่ได้มีแค่สองเส้นทาง
คือทางที่ถูกและทางที่ผิด
แต่มันยังมีเส้นทางกึ่งถูกกึ่งผิด
ถูกมั่งไม่ถูกมั่ง
ชีวิตมันยังมันได้อีก
แม้ว่าเราตายไป
เราอาจไม่รู้ด้วยซำว่า
แท้จริงแล้วเราเกิดมาทำไม
 
 
" ผมรักคุณที่สุดในโลก "
" คุณรักฉันที่สุดในโลก
  แสดงว่านอกโลกคุณยังมีคนอื่นอีกใช่ไหม "
 
 
ในอะไรที่ในอะไรอาศัยอยู่อาศัยอยู่ในอะไร ?
 
 
ฉันสวมรองเท้าส้นสูง
ยิ้มให้คนขายพวงมาลัย
แล้วให้ตังค์เขาไปยี่สิบ
ฉันนึกถึงพ่อกับแม่
เดินเข้าร้านทำผมหน้าปากซอย
 
ฉันทำ
อย่างที่เธอเคยทำ
เพราะต่อไปนี้ฉันคือไส้เดือน
มีซีกขวาเป็นเธอ
ซีกซ้ายเป็นฉัน
กันและกันในร่างเดียว
ไม่จำเป็นต้องวอนเธอให้กลับมา
 
 
ผมอดปราบปลื้มใจในทุกครั้งไม่ได้
เมื่อมีคนชมผมว่า
ไอนอกคอก
รวมถึงไอนอกรีด
ที่มันจะยับๆดูแล้วมีเทคเจอร์
หรือในบางครั้งยังถูกยกย่องให้เกลียด
ว่าเป็นไอโลกจิต
ซึ้งมีความหมายที่ดีมากๆคือ
ผู้มีจิตหยั่งรู้ทุกสรรพสิ่งบนโลก
 
 
อดีตก็เหมือนกับคนเป็นโรควิตกจริต
เพราะมันมักมาคอยถามยำคำตอบกับเราเสมอ
ว่าแท้จริงแล้วเรารู้สึกอย่างไร
เพื่อความสบายใจของมัน
 
 
ขยะในมือท่านที่ทิ้งลงถัง
หรือใส่ถุงดำมัดปากมิดชิดวางใว้หน้าบ้าน
มันไม่ได้อันตธานสูญสลายหายไปไหน
หากเป็นดังสะสารที่ย้ายที่อยู่
มันยังคงถูกกองทิ้งใว้ในที่ใดสักแห่งบนโลกใบนี้
เพียงเมื่อมันถูกรถขนขยะเก็บไป
ในบ้านของท่านดูสะอาดสะอ้านขึ้น
เท่านั้นเอง
 
 
ในศูนย์การค้าต้องการธรรมชาติ
เราสร้างมันขึ้นมา
แล้วสร้างธรรมชาติปลอมเลียนแบบธรรมชาติจริง
หลังจากที่เราเพิ่งทำลายมันไป
ทั้งที่ทุกคนต่างอยากหาวันหยุดยาว
เพื่อไปสูดอากาศต่างจังหวัด
คนที่ทำแบบนี้ได้ใช่ว่ารวยอย่างเดียว
แต่ต้องซาดิสชอบรอทรมาน
เสียทรัพย์เสียซ้อน
นี่แสดงว่าเทคโนโลยีไม่ได้ก้าวลำไปไหน
ถ้ามันเจ๋งจริง
มันควรเข้าไปอยู่กับธรรมชาติ
โดยที่ธรรมชาติไม่ได้รู้สึกว่ามันสุญเสียความเป็นตัวเองไป
ให้กับผู้ทำลาย
แม้แต่ลมหายใจของตัวเอง
 
 
เมื่อไม่มีคนรัก
ก็จงรักตัวเอง
เมื่อไม่มีใครเกลียด
ก็จงเกลียดตัวเอง
เมื่อไม่มีแบบอย่าง
ก็จงทำในแบบของตัวเอง
เราไม่รู้ว่าจะมีชาติหน้าหรือเปล่า
หรือว่าได้เกิดเป็นอะไร
อย่ารอให้ช่วงอายุหมดไปอย่างไร้ค่า
เพราะเวลาไม่มีวันหยุดนักขัตฤกษ์
ไม่เคยลาพักร้อนหรือมีงานศพ
มันอมตะ
คงอยู่ที่ว่าเราจะทำอย่างไร
ในเวลาหนึ่งชีวิต
เย้...เย้...เย้
 
ผมว่าชาติที่แล้วมีจริง
เพราะดูจากสถิติแล้ว
สัตว์มันสูญพันธุ์ไปเรื่อยๆ
ส่วนคนเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ
 
 
เธอคือศรัทธาของโลก
แต่โลกไม่ต้องการเธอ
ผู้คนบนโลกไม่ต้องการเธอ
เธอเดินวนเวียนป้วนเปี้ยนอยู่หลายรอบ
แต่เสียงสะท้อนช่างแผ่วเบา
พร้อมกับการถัดไปอีกมุม
ในการหมุนรอบตัวเองของความจริง
เทวดาลงมาจุติบนโลก
กล่าวกับทุกคนโปรดเชื่อในข้า
แต่ธูปเทียนกลับยังถูกวางอยู่อย่างนิ่งเฉย
เธอพยายาม  รีบไป
ศรัทธาก็เหมือนความรัก
มันเกิดขึ้นจากความพอใจไม่ใช่จำนวน
ศรัทธาไม่ใช่เทวดา
เช่นเดียวกับเทวดาไม่อาจเสกศรัทธา
บางทีถ้าเธอหยุดเดินและหมั่นทำความดี
แสงตกกระทบจากหิ่งห้อย
อาจพาเธอเข้าไปอยู่ในใจของผองชนโดยปริยาย
 
 
ยิปซีของนักทำนาย
บอกว่าฉันกำลังจะตาย
การหมุนของนาฬิกา
บอกว่าฉันกำลังจะตาย
เสียงตกกระทบของห่าฝน
บอกว่าฉันกำลังจะตาย
ชิซูกะ
บอกว่าฉันกำลังจะตาย
ฉันไม่รู้ว่าพวกเขามีร่างทรงองค์ใด
ถึงบอกได้ถูกเผงเช่นนี้
ใครว่างก็ขอเชิญไปดู
แม่นจริง
ฉันขอฟันทั้งธงแถมคอนเฟิร์ม
 
 
ในหลุมอากาศมีพยาบาลขี้เหงา
ในฟูกอันหยุบหยับมีบิดาแห่งความขี้เซา
ในจินตนาการของกวีมีความเจ็บปวด
ในเสี้ยวเหลียวมองของรปภ.หน้าห้าง
มีชายขี้เมาไม่มีตังค์ซื้อเบียร์แห่งความยาวนาน
บางครั้งเราหลับตาเพื่อเดินผ่านไป
จนมองไม่เห็นทุกข์สุขของผู้คนรอบกาย
คนที่เป็นส่วนหนึ่งในสิ่งดีๆ
ที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตหนึ่งของเรา
 
 
 
 
 

ฤดูร้อนตอนบ่าย

posted on 05 Jun 2011 20:54 by kaya-konba
 
ตีห้า
ไฟในห้องครัวถูกเปิด
เมื่อคืนมีคนนอนไม่หลับ
ผักและเนื้อถูกหยิบออกมาจากตู้เย็น
มีคนบิดก๊อก
เมื่อนำที่ไม่ได้มาจากหัวก๊อกหยดลงมา
ฉันจึงพอเข้าใจว่าทำไมคนที่เปิดจึงไม่ยอมปิดซะที
หน้าเขียง
มีคนหั่นผักด้วยมีดสั่น
เมื่อคืนมีคนตัดสินใจแล้ว
กลิ่นหอมของผัดผักลอยไปแสนไกล
อาหารสายและหนังสือพิมพ์พร้อมอยู่บนโต๊ะเช่นทุกวัน
จะต่างก็แค่
คนที่เปิดประตูเดินออกไป
จะไม่กลับมาที่นี่อีกแล้ว
  เมื่อคืน
เมื่อคืนมีคนร้องไห้ โล่งใจและคิดจะเริ่มต้นชีวิตใหม่
ในเช้าวันนี้
 
 
นำตาที่คลั่งรอการรินไหล
เปลือกตาขี้เหงารอการหลับไหล
ฉันล้มลงบนเตียงที่นุ่มที่สุดในโลก
พร้อมกับความเหงาที่สุดในโลก
 
 
หากในท่อนไม้มีความรัก
ฉันจะรักท่อนไม้นั้นไหม
หากความรักอยู่ในลำธาร
ฉันจะดื่มนำในลำธารนั้นจนหมดไหม
 
จะมีสิ่งใดบ้างไหม
ที่ทำให้ฉันรักได้
มากกว่ารักเธอ
 
 
เธอเป็นเหมือนประโยคท่องจำ
ที่ฉันไม่อาจหยุดปาก
ฉันทิ้งทุกสิ่งของที่เชื่อมโยงไปถึงเธอ
แต่มันช่างเยือกเย็นและเหน็บหนาว
อีกนานแค่ไหน
จะทำอย่างไรกับความรู้สึก
ที่มันยังโหยหาสุดทรมานอยู่เช่นนี้
เมื่อไหร่
ที่สายตาอันล้าสมัย
จะหยุดจ้องมอง
ดาวที่หน้าตาเหมือนเธอ
 
 
ชีวิตธรรมดา         100                      =   100
ชีวิตขาดๆเกินๆ     (2)70+(2)130          =   400
 
 
หัวเราะวันนิดจิตแจ่มใส
หัวเราะวันละมากๆก็ใช่ว่าจะเป็นคนบ้าเสมอไป
หากแต่เป็นคนที่จิตแจ่มใสเบิกบานสราญหทัยชีวันสดใสไร้กังวลเปี่ยมล้น
-ความสุขดุจล่องลอยบนปุยเมฆาเหนือกาลเวลายากจะหาสิ่งใดเปรียบเปรย
ก็เป็นได้
 
 
สิ่งที่อยู่เเสนไกล
แต่เมื่อเป็นความสุดท้ายแล้ว
มันก็อยู่กับเรามาโดยตลอด
 
 
ชีวิตอาจเป็นเหมือนโถส้วม
เป็นเช่นรางระบายนำ
เพราะเรามักทิ้งสิ่งอื่นลงไปเสมอ
 
 
หากการยืนมือคือสิ่งที่คุณทำแล้วมีความสุข
จงยืนมือต่อไปอย่างเป็นสุข
เพราะสิ่งที่คุณกำลังค้นหา
มันอาจรอเพียงเวลา
ที่อุณหภูมิพยายามพอเหมาะ
เท่านั้นเอง
 
 
ฉันมองไปที่หน้าต่าง
ฉันไม่ได้อยากเห็นบานหน้าต่าง
แต่ฉันอยากเห็นสิ่งที่เลยหน้าต่างออกไป
แต่ก็ไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านั้นมันอยู่ข้างในหรือข้างนอก
 
 
ใยแมงมุมพันติดอยู่กับเก้าอี้
มันอยากถอนตัวเพื่อให้ตัวเองเป็นอิสระ
แต่มันก็รุ้ตัวดีว่าตัวเองคือใยของแมงมุม
แม้ร่วงหล่นลงพื้นก็ต้องติดอยู่กับพื้นอยู่ดี
เว้นแต่ว่าจะล่องลอยไปในอากาศ
ในขณะที่มันกำลังคิดหาหนทางสู่อิสระอย่างจริงจังอยู่เพลินๆ
มันก็พลัดหล่นลงพื้น
ซึ่งใช้เวลาหกวัน (ถ้าคำนาณในเชิงอุทกศาสตร์ก็ประมาณสองในสาม
ของอายุมัน)
ตลอดหกวันมันครุ่นคิดเพียงว่า
จะเป็นอย่างไรเมื่อต้องติดอยู่กับพื้น